ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การวัดค่าสายตาด้วยตัวเอง เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย หลายคนจึงคิดว่าสามารถตรวจวัดสายตาด้วยตัวเองที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องไปที่ร้าน แต่การวัดสายตาด้วยตัวเองจะมีความแม่นยำแค่ไหน สามารถนำค่าที่ได้ไปตัดแว่นสายตาได้หรือไม่ ในบทความนี้มีคำตอบ
Key Takeaways
-
- การวัดสายตาอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อทราบค่าสายตาที่ถูกต้อง ส่งเสริมระบบการมองเห็นที่ดี และช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสายตาในอนาคต
- การวัดสายตาด้วยตัวเอง เป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อสังเกตความผิดปกติ เช่น ปิดตาสลับข้าง, Snellen Chart แต่ไม่สามารถทดแทนการตรวจวัดอย่างละเอียดได้
- การวัดสายตาโดยนักทัศนมาตรมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถตรวจวัดอย่างละเอียดและแม่นยำด้วยเครื่องมือเฉพาะ รวมถึงช่วยคัดกรองโรคตาและให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล
- ก่อนการวัดสายตา ควรพักผ่อนให้เพียงพอ, นำแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์เดิมติดตัวไปด้วย, และเตรียมข้อมูลการใช้งานสายตาในชีวิตประจำวัน รวมถึงรายการยาที่กำลังรับประทาน
สารบัญบทความ
-
- การวัดสายตา สำคัญอย่างไร
- 5 วิธีวัดสายตาและตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของสายตาด้วยตัวเอง
- จำเป็นต้องวัดสายตากับนักทัศนมาตรหรือไม่?
- เปรียบเทียบการวัดสายตาด้วยตัวเอง VS. นักทัศนมาตร แตกต่างกันอย่างไร
- การเตรียมตัวก่อนวัดไปสายตา ต้องทำอย่างไรบ้าง
- คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
- วัดสายตากับนักทัศนมาตร เพื่อสุขภาพการมองเห็นที่ดี
การวัดสายตา สำคัญอย่างไร
การวัดสายตาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน เนื่องจากการตรวจวัดสายตาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราได้รู้ถึงค่าสายตาในปัจจุบัน ส่งผลต่อการตัดแว่นที่มีค่าสายตาที่ถูกต้อง จึงช่วยส่งเสริมระบบการมองเห็นที่ดี อีกทั้งยังจะทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนใกล้เคียงกับค่าสายตาปกติ รวมถึงลดความเสี่ยงของปัญหาสายตาในอนาคตด้วย
5 วิธีวัดสายตาและตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของสายตาด้วยตัวเอง
การวัดค่าสายตาด้วยตัวเองเป็นวิธีคัดกรองเบื้องต้นเพื่อสังเกตความผิดปกติ หรือความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถใช้แทนการตรวจโดยนักทัศนมาตร หรือจักษุแพทย์ได้
1. ลองปิดตาสลับกันซ้าย-ขวา
วิธีทดสอบสายตาสั้นง่าย ๆ คือลองปิดตาทีละข้าง แล้วสังเกตว่าการมองเห็นของตาแต่ละข้างมีความแตกต่างกันหรือไม่ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแรกของการเปลี่ยนแปลงของสายตาเอียง หรือสายตาสั้น
2. สังเกตสายตาจากการใช้ชีวิตประจำวัน
หมั่นสังเกตอาการ เช่น ปวดหัว ปวดตา หรือต้องหรี่ตาบ่อย ๆ ขณะมองวัตถุที่ระยะต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นอาการของสายตาที่เปลี่ยนไป
3. มองเห็นแสงฟุ้งกระจาย ตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน
หากพบว่าแสงไฟ หรือวัตถุในที่มืดดูฟุ้ง เป็นแฉก หรือมีวงแหวนรอบดวงไฟชัดเจนขึ้น อาจมีปัญหาสายตา หรือต้อกระจก
4. การใช้แอปพลิเคชัน
ปัจจุบันสามารถวัดสายตาด้วยมือถือฟรี โดยใช้หลักการคล้ายเครื่องวัดอัตโนมัติ โดยให้ผู้ใช้จ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอเพื่อคำนวณกำลังสายตา และแสดงผลเบื้องต้น
5. ทดสอบสายตาแผนภูมิ Snellen
การทดสอบสายตาด้วยที่วัดสายตาแผนภูมิ Snellen Chart ซึ่งมี 2 แบบ คือ แบบตัวเลขวัดสายตา และแบบตัวอักษรวัดสายตา E (E Chart) โดยมีวิธีการดังนี้
-
- ระยะ: ยืน/นั่งห่างจากแผนภูมิ 20 ฟุต (6 เมตร) ห้ามเอียงตัว/ศีรษะ
- ขั้นตอน: ทดสอบทีละข้าง โดยปิดตาข้างที่ไม่ทดสอบด้วยฝ่ามือ
- เกณฑ์: อ่านจากบนลงล่าง ค่าสายตาคือแถวสุดท้ายที่อ่านถูกมากกว่าครึ่ง
- บันทึกค่าสายตา ค่าสายตาเป็นเศษส่วน (A/B) ดังนี้
- A (ตัวเศษ): ระยะทดสอบสายตา (20 ฟุต/6 เมตร)
- B (ตัวส่วน): ระยะที่คนปกติอ่านได้
จำเป็นต้องวัดสายตากับนักทัศนมาตรหรือไม่?
จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องวัดสายตาอย่างละเอียดกับนักทัศนมาตร แม้จะมีการตรวจตาเบื้องต้นด้วยตัวเองแล้วก็ตาม โดยนักทัศนมาตรจะมีวิธีการตรวจวัดสายตา ดังนี้
-
- ซักประวัติสุขภาพตาและการมองเห็น สอบถามเกี่ยวกับอาการมองไม่ชัด ปวดตา ปวดหัว หรือปัญหาสุขภาพตาอื่น ๆ
- มีการตรวจวัดสายตาเด็กโดยเฉพาะ มีขั้นตอนและแนวทางเฉพาะสำหรับการตรวจวัดสายตาและการมองเห็นของเด็ก เนื่องจากช่วงวัยเด็กเป็นช่วงที่มีแนวโน้มค่าสายตาเปลี่ยนแปลงสูง ซึ่งแตกต่างจากวัยทำงานหรือวัยสูงอายุที่ค่าสายตาจะคงที่กว่า ดังนั้น ในกรณีของเด็กจึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับค่าสายตาและประเภทเลนส์ที่เหมาะสมกับช่วงวัยนั้น ๆ
- ตรวจวัดค่าสายตาด้วยเครื่อง WAM (Wave Analyzer Medica) ได้ค่าสายตาที่มีความแม่นยำ ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน รวมถึงปัญหาสุขภาพตาอื่น ๆ
- ตรวจค่าสายตาอย่างละเอียด เพื่อที่จะให้ได้ค่าสายตาที่เหมาะสม สบายตา ปรับตัวง่าย ใส่แล้วไม่ปวดหัว
- ช่วยเลือกเลนส์และกรอบที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ทำให้ได้ทรงแว่นที่เข้ากับใบหน้า รวมถึงกรอบที่เหมาะกับค่าสายตา ใส่แล้วไม่มึนหัว
เปรียบเทียบการวัดสายตาด้วยตัวเอง VS. นักทัศนมาตร แตกต่างกันอย่างไร
| เกณฑ์วัดสายตา | การวัดสายตาด้วยตัวเอง | การวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร |
| ความแม่นยำ | ไม่ละเอียด | ประเมินค่าสายตาและปัญหาสายตาซับซ้อน |
| สุขภาพตา | ไม่ได้ตรวจสุขภาพตา | ตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียด คัดกรองโรคตา |
| ความสะดวก | ทำเองได้ทุกที่ทุกเวลา | ต้องเดินทาง/นัดหมาย |
| คำแนะนำ | ไม่มีคำแนะนำเฉพาะบุคคล | มีนักทัศนมาตรให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล และเลือกเลนส์แว่นตาที่เหมาะสม |
| ความครอบคลุม | วัดแค่การมองเห็นและค่าสายตา | ครอบคลุมทั้งปัญหาสายตาและสุขภาพดวงตาโดยรวม |
การเตรียมตัวก่อนวัดไปสายตา ต้องทำอย่างไรบ้าง
เพื่อผลการวัดที่แม่นยำและสมบูรณ์ ควรเตรียมตัวก่อนไปวัดสายตา ดังนี้
-
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ควรนอนหลับให้เต็มที่ในคืนก่อนตรวจวัดสายตา เพื่อให้ดวงตาอยู่ในสภาพที่ผ่อนคลายที่สุด
- นำแว่น/คอนแทคเลนส์เดิมติดตัวไปด้วย: นำแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ที่ใช้อยู่ (พร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์) ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบค่าเดิม
- เตรียมรายการยา: หากมีโรคประจำตัว หรือรับประทานยาใด ๆ อยู่ ควรแจ้งให้ทราบ เพราะยาบางชนิดอาจมีผลต่อค่าสายตาชั่วคราว
- เตรียมข้อมูลการมองเห็น: แจ้งลักษณะการใช้งานสายตาในชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานแค่ไหน, ขับรถตอนกลางคืนบ่อยหรือไม่
- เตรียมคำถาม: จดคำถาม หรือข้อสงสัยที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพดวงตา หรือปัญหาการมองเห็น
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
เราควรตรวจวัดสายตาด้วยตัวเองหรือไม่ มีความแม่นยำมากเพียงใด ?
การวัดค่าสายตาด้วยตัวเองสามารถทำได้ ไม่ใช่เรื่องผิด และสามารถบอกค่าสายตาเบื้องต้นได้ แต่ไม่แม่นยำเท่ากับการตรวจวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร ดังนั้น หากพบว่าสายตามีความผิดปกติหรือต้องการตัดแว่นสายตา ควรนัดหมายกับนักทัศนมาตรจะดีกว่า
ความถี่ในการตรวจวัดสายตาด้วยตัวเอง
โดยปกติคนทั่วไปจะแนะนำให้ตรวจวัดสายตาประมาณ 1 ปีครั้ง แต่การวัดค่าสายตาด้วยตัวเองบ่อย ๆ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพดวงตา สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
ปัญหาสุขภาพตา ที่สามารถทราบได้จากการตรวจวัดสายตาด้วยตัวเองมีอะไรบ้าง ?
วัดสายตาด้วยตัวเองสามารถตรวจพบการมองเห็นในเบื้องต้น อย่างสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง แต่ไม่สามารถบอกถึงสาเหตุที่มีความซับซ้อนได้
วัดสายตากับนักทัศนมาตร เพื่อสุขภาพการมองเห็นที่ดี
การวัดสายตาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อสุขภาพการมองเห็นที่ดี โดยสามารถสังเกตความผิดปกติเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง 5 วิธี เช่น การปิดตาสลับข้าง หรือสังเกตอาการปวดหัว/ตา อย่างไรก็ตาม การวัดสายตาอย่างละเอียดกับนักทัศนมาตรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ได้ค่าสายตาที่แม่นยำ ครอบคลุมปัญหาสุขภาพตา และได้
โอคูระเข้าใจถึงความสำคัญของการวัดสายตาที่ได้มาตรฐาน ให้บริการโดยนักทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญ ที่จะทำการซักประวัติ ตรวจวัดค่าสายตาอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ เพื่อให้ได้ค่าสายตาที่เหมาะสม สบายตา และปรับตัวง่ายที่สุด พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคลในการเลือกเลนส์และกรอบที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับแว่นตาที่ถูกต้อง ครอบคลุมทั้งด้านการมองเห็นและสุขภาพดวงตาโดยรวมอย่างแท้จริง
ร้านแว่นตาโอคูระ ดูแลระบบการมองเห็นแบบครบวงจร จุดเริ่มต้นการดูแลสายตาที่สมบูรณ์แบบ
-
- โทรศัพท์ : 02-645-0192
- มือถือ : 081-611-6823
- Line : @occura
- Facebook: Occura Vision
- Instagram : occuravision
- พิกัดร้าน: 100/74 อาคารว่องวานิช บี ชั้น 23 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

