สาระน่ารู้เรื่องสายตา

สายตายาวใช้เลนส์อะไร เลือกแบบไหนให้มองชัดสบายตา

สายตายาวใช้เลนส์อะไร

อาการมองภาพไม่ชัดหรือต้องคอยหรี่ตาเวลาทำงาน อาจไม่ใช่เพียงความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะสายตายาว (Hyperopia) ที่หลายคนมักมองข้าม เนื่องจากในระยะแรกเริ่ม ดวงตามักจะใช้กลไกการเพ่งเพื่อชดเชยค่าสายตาทำให้ยังคงมองเห็นภาพได้ชัดเจน ภาวะหลบซ่อนนี้เองที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวโดยที่เราไม่รู้ตัว การทำความเข้าใจว่าสายตายาวใช้เลนส์อะไร จึงไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาภาพเบลอ แต่คือการคืนความสมดุลให้กล้ามเนื้อตาได้พักผ่อนและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง เพราะปัญหาสายตายาวไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว แต่ละช่วงวัยและลักษณะกายภาพของดวงตาก็ต้องการการแก้ไขที่แตกต่างกันออกไป

 

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงทางเลือกของเลนส์สายตายาว แต่ละประเภทที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างดวงตาที่แตกต่างกัน พร้อมเทคนิคการเลือกออปชันเสริมที่จะช่วยถนอมดวงตาของคุณให้ยาวนานขึ้น เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองได้อย่างมั่นใจ

 

Key Takeaways

 

    • สายตายาวมีทั้งแบบเป็นมาแต่กำเนิด (Hyperopia) และสายตายาวตามวัย (Presbyopia) ซึ่งการเลือกเลนส์สายตาต้องพิจารณาจากสาเหตุและค่าสายตาเป็นหลัก
    • โครงสร้างเลนส์ที่หลากหลาย มีตั้งแต่เลนส์ชั้นเดียวแบบ Spheric, Aspheric ไปจนถึงเลนส์เฉพาะบุคคลอย่าง Multigressive ที่ช่วยลดภาพบิดเบือนและเพิ่มความเป็นธรรมชาติ
    • ออปชันเสริมเพิ่มแก้ปัญหาการมองเห็น การเลือกดัชนีหักเห (Index) ที่เหมาะสม และการเคลือบโค้ทป้องกันแสงสีฟ้า หรือเลนส์เปลี่ยนสี ช่วยให้การใช้แว่นสายตายาวมีประสิทธิภาพสูงสุด
    • การวัดสายตา อย่างละเอียดกับนักทัศนมาตรเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพื่อให้ได้ค่าสายตาที่แท้จริงและลดอาการตาล้าจากการฝืนเพ่ง

 

สารบัญบทความ

 

 

สายตายาวมองไกล เกิดจากอะไร

 

สายตายาว 150 ควรใส่แว่นไหม

 

หากพูดถึงสายตายาวมองไกลหรือสายตายาวแต่กำเนิด(Hyperopia) มักเกิดจากความผิดปกติของรูปทรงอวัยวะดวงตา ซึ่งต่างจากสายตายาวตามวัย(Presbyopia) ที่เกิดจากการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติของเลนส์แก้วตาเมื่อมีอายุประมาณ 42 ปีขึ้นไป โดยจุดเริ่มต้นของสายตายาวแต่กำเนิด คือความผิดปกติของแสงที่แต่เดิมควรจะโฟกัสบนจอตาแล้วเห็นภาพคมชัด แต่แสงกลับไปโฟกัสตกเลยจอประสาทตาออกไป ทำให้เห็นภาพเบลอแทน ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากกลไกทางกายภาพของลูกตา ดังนี้

 

    1. ความยาวลูกตาสั้นเกินไป เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากระยะห่างจากกระจกตาไปถึงจอประสาทตาสั้นกว่าปกติ ทำให้แสงที่ควรจะโฟกัสตกพอดีที่จอตา กลับโฟกัสตกเลยจอตาออกไปด้านหลัง
    2. ความโค้งกระจกตาแบนเกินไป โดยปกติกระจกตาหรือเลนส์แก้วตาจะมีหน้าที่หักเหแสงให้ตกโฟกัสพอดีที่จอประสาทตา แต่ในเคสที่อวัยวะเหล่านี้มีความโค้งที่น้อยเกินไป จะทำให้แสงเกิดการหักเหผิดปกติและตกโฟกัสเลยจอประสาทตาออกไป

 

สายตายาวใช้เลนส์อะไร

 

แว่นสายตายาว ยี่ห้อไหนดี

 

Spheric

 

Spheric เป็นเลนส์ที่มีโครงสร้างการออกแบบระดับพื้นฐาน มีลักษณะหนาและนูนตรงจุดศูนย์กลางเลนส์ ยิ่งค่าสายตายาวมาก ภาพบริเวณขอบเลนส์จะยิ่งบิดเบือน และเกิดอาการตาโตเมื่อมองเข้ามาจากภายนอก เหมาะสำหรับค่าสายตายาวน้อยไม่เกิน +2.00D เพราะความนูนของเลนส์ยังมีไม่มาก ภาพบิดเบือนที่ขอบเลนส์จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นอย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและให้ประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับสายตายาวมองไกลระดับเริ่มต้น

 

ข้อควรสังเกต

 

หากนำโครงสร้างเลนส์ประเภทนี้ไปใช้กับค่าสายตายาวสูงเกินกว่า +2.00D อาจทำให้มองเห็นวัตถุมีขนาดใหญ่ผิดปกติ มีอาการวูบวาบมึนงงได้ง่ายจนปรับตัวยาก

 

Aspheric

 

Aspheric มีการออกแบบโครงสร้างที่ทันสมัยขึ้น ด้วยการปรับความโค้งของผิวเลนส์ตรงจุดศูนย์กลางให้แบนลง ลักษณะเลนส์จึงบางลง มีน้ำหนักเบาขึ้น และแบนกว่าแบบ Spheric อย่างชัดเจน ช่วยลดภาพบิดเบือนที่ขอบเลนส์ ลดอาการเห็นภาพบวมจากเลนส์ที่มีกำลังสายตายาวสูง ทำให้มองเห็นภาพได้เป็นธรรมชาติดูสมจริงมากขึ้น และลดเอฟเฟกต์ตาโตลงได้ดีกว่า Spheric เหมาะสำหรับคนที่สายตายาวมองไกลในระดับปานกลางประมาณ +2.25D ถึง +4.00D

 

Double aspheric

 

Double Aspheric ขั้นสุดของการออกแบบโดยการขัดผิวเลนส์แบนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ออกมาเป็นเลนส์ที่มีลักษณะบางเบาและแบนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เหมาะสำหรับสายตายาว +4.25D ขึ้นไป หรือคนที่เน้นความบางเบาพิเศษ เพราะในกลุ่มสายตายาวสูงๆ เลนส์จะหนามากจนโครงสร้าง Aspheric อาจไม่เพียงพอต่อการใช้งาน การขัดเลนส์แบนทั้งด้านหน้าและด้านหลังจะช่วยรีดเลนส์ให้บางที่สุด และช่วยขยายพื้นที่การมองเห็นชัด ให้กว้างไปจนเกือบถึงขอบเลนส์ พร้อมลดเอฟเฟกต์ตาโตลงได้มากที่สุดอีกด้วย

 

Multigressive

 

Multigressive คือเลนส์เฉพาะบุคคลที่คำนวณโครงสร้างเลนส์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยอิงจากค่าสายตาของคุณและค่าพารามิเตอร์เฉพาะบุคคลจากกรอบแว่นที่คุณเลือก โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

    • นำค่าสายตาและพารามิเตอร์ของกรอบแว่นที่คุณเลือก เช่น ค่ามุมความเทของกรอบแว่น (Panto) , ค่ามุมความโค้งของหน้าแว่น (FFA) , ค่าระยะห่างระหว่างเลนส์กับกระจกตา (CVD) มาคำนวณร่วมกันกับเทคโนโลยีการผลิตเลนส์ขั้นสูง เช่น เทคโนโลยีปรับสมดุลภาพจากตาทั้งสองข้าง
    • ใช้เทคโนโลยี Freeform ในการขัดผิวเลนส์แบบจุดต่อจุดทั่วทั้งผืนเลนส์ เพื่อให้สามารถเหลือบตามองซ้าย-ขวาได้โดยที่ภาพยังคมชัดเกือบ100% ตั้งแต่กลางเลนส์จนถึงขอบเลนส์ นอกจากนี้ยังให้การรับรู้เชิงมิติตื้นลึกหนาบาง สมจริงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เมื่อเทียบกับเลนส์ทุกรุ่น

 

ใครที่ควรขยับมาใช้เลนส์กลุ่มนี้?

 

    1. คนที่ต้องการความคมชัดสูง พร้อมมุมมองที่กว้างอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะโครงสร้างเลนส์ถูกออกแบบให้มีความนุ่มนวลสบายตาเป็นพิเศษ จึงเหมาะกับทุกค่าสายตาตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงซับซ้อน
    2. คนที่มีความเซนซีทีฟต่อการปรับตัว เช่น เวียนหัวง่าย หรือคนที่เคยใส่แว่นมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะวิงเวียน
    3. คนที่แม้ว่าจะใส่ค่าสายตาอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าภาพรอบข้างวูบวาบไม่เป็นธรรมชาติ
    4. ต้องการอิสระในการเลือกกรอบแว่นได้ตามใจ ถ้ากรอบแว่นไม่ถูกใจแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากใส่ แต่ด้วยข้อจำกัดของเลนส์ระดับเริ่มต้น ทำให้บางครั้งตัวกรอบกับเลนส์เกิดความไม่สัมพันธ์กัน ตัวเลนส์ที่เราเลือกจึงไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพในการมองเห็นได้เต็มที่ แต่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของเลนส์กลุ่ม Multigressive ที่สามารถดึงศักยภาพของการมองเห็นออกมาได้สูงสุด คุณจึงไม่มีข้อจำกัดเรื่องการเลือกกรอบแว่นอีกต่อไป

 

HR-W

 

HR-W คือเลนส์เฉพาะบุคคลรุ่นพิเศษ ถูกผลิตด้วยเทคโนโลยี Multigressive ที่ผสานการขัดเลนส์สองด้านแบบ Double Aspheric รวมสองเทคโนโลยีขั้นสูงไว้ในเลนส์คู่เดียว เหมาะสมกับทุกค่าสายตาตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงสูงและซับซ้อน มาพร้อมตัวเลือกการขัดผิวเลนส์ 2 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่ต่างกันดังนี้

 

    1. Type Cleary สำหรับผู้ที่ชื่นชอบภาพคมชัดและสมจริงสูงสุด
    2. Type Shapely สำหรับผู้ที่เน้นความบางเบาเป็นพิเศษ แต่ยังคงไว้ซึ่งความคมชัดสมจริงใกล้เคียงกับ Cleary

 

Option เสริมเลนส์สายตายาว ใช้อะไรบ้าง

 

High index lens (1.60/1.67/1.74/1.76)

 

หลังจากเลือกโครงสร้างเลนส์ได้แล้ว ถัดมาคือการเลือก Index โดย Index คือตัวเลขดัชนีหักเหแสง บ่งบอกความหนาบางของเลนส์สายตา ภายใต้ค่าสายตาเดียวกัน การมี Index สูง เลนส์ก็ยิ่งบาง แต่นอกจากความบางแล้วสิ่งที่ต้องแลกมาคือ Abbe Value ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่าเลนส์นั้นให้ภาพที่คมชัด ใส มีแสงรบกวนมากน้อยแค่ไหน โดยมีวิธีการดูดังนี้

 

    • ค่า Abbe Value สูง = เลนส์ใสเคลียร์ ไม่มีเอฟเฟกต์ของแสงและสีฟุ้ง ทำให้มองแล้วสบายตา
    • ค่า Abbe Value ต่ำ = อาจเกิดอาการเห็นสีรุ้งที่ขอบเลนส์ขณะเหลือบตาได้ง่ายกว่า มีแสงฟุ้งมากกว่าปกติ ทำให้ใส่แว่นแล้วไม่สบายตา

 

วิธีการเลือก Index ให้เหมาะกับค่าสายตาตนเอง

 

1. Index 1.60 เหมาะสำหรับค่าสายตายาว +0.25D ถึง +4.00D

 

มีค่า Abbe Value ประมาณ 40-42 ซึ่งเป็นค่าสูงสุดในบรรดาเลนส์ย่อบางทั้งหมด จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมทั้งในแง่ความบางและความใสภายใต้ช่วงค่าสายตาที่ได้กล่าวไปข้างต้น

 

2. Index 1.67 เหมาะสำหรับค่าสายตายาว +4.25D ถึง +5.00D

 

มีค่า Abbe Value ประมาณ 32-33 เป็นอันดับสองรองลงมา เน้นความบางเป็นหลัก เหมาะกับคนที่สายตายาวเยอะ ที่ยอมแลกค่าความใสเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ได้เลนส์ที่บางและเบาขึ้น

 

3. Index 1.74 เหมาะสำหรับค่าสายตายาว +5.25D ขึ้นไป

 

มีค่า Abbe Value ประมาณ 32-33 เท่ากันกับ Index 1.67 ดังนั้นคุณจะได้เลนส์ที่มีความใสใกล้เคียง Index 1.67 แต่บางและเบากว่า

 

4. Index 1.76 เหมาะสำหรับค่าสายตายาว +5.25D ขึ้นไป

 

ที่ต้องการความบางขั้นสุด มีค่า Abbe Value ประมาณ 30 ทำมาจากวัสดุพลาสติกเฉพาะทาง ปัจจุบันถือเป็นเลนส์พลาสติกที่บางที่บางที่สุดในตลาด ของแบรนด์ Tokai จากญี่ปุ่น แม้ว่า Abbe Value จะน้อย เมื่อเทียบกับ Index 1.60 แต่สำหรับคนสายตายาวมากๆ การใช้เลนส์ย่อบางสูงๆอย่าง Index 1.76 จะช่วยลดภาพวูบวาบขณะเหลือบตาและลดอาการภาพบวมได้ดีกว่า จึงมักจะให้ผลลัพธ์ในภาพรวมที่น่าพอใจมากกว่า

 

ข้อควรพิจารณา

 

ถ้าค่าสายตาน้อย เช่นสายตายาวไม่เกิน +3.00D แต่เลือกข้ามไปใช้เลนส์ Index 1.74/1.76 ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่คุ้มค่า และอาจทำให้รู้สึกใส่ไม่สบายตาเท่าที่ควร เพราะนี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณใช้เลนส์ Index สูงเกินความจำเป็น

 

    • ความคมชัดสู้ Index 1.60 ไม่ได้ และเห็นแสงรบกวนมากขึ้น
    • ความบางใกล้เคียงกันจนไม่เห็นความต่าง เพราะเลนส์ Index สูงจะเห็นผลเรื่องความบางชัดเจนเมื่อต้องจัดการกับความหนาของเลนส์จากการที่มีค่าสายตาเยอะๆ แต่ถ้ายาวน้อย ความแตกต่างของความหนาระหว่างเลนส์ Index 1.60 กับ Index 1.76 จะน้อยมากจนแยกด้วยตาเปล่าไม่ออก

 

ดังนั้น หากเรานำเงินส่วนต่างที่ใช้ย่อบางนี้ไปอัปเกรดสารเคลือบเลนส์หรืออัปเกรดโครงสร้างเลนส์ จะส่งผลดีต่อการมองเห็นมากกว่า

 

Blue cut coating

 

เทคโนโลยีกรองแสงสีฟ้าในปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

 

1. แบบเคลือบโค้ท

 

เป็นการใช้เทคโนโลยีสะท้อนแสงสีฟ้าออก ด้วยการเคลือบสารไว้ที่ผิวเลนส์

 

    • ลักษณะเลนส์เมื่อดูจากภายนอก เลนส์จะมีเงาสะท้อนเป็นสีฟ้าหรือม่วงให้เห็นชัดเจน
    • เมื่อมองผ่านเลนส์มักจะรู้สึกว่าภาพที่เห็นติดสีเหลืองเล็กน้อย
    • ข้อดีคือ บางคนชื่นชอบเพราะมองแล้วรู้สึกนุ่มนวลสบายตา
    • ข้อเสียคือ มีแสงสะท้อนบนผิวเลนส์ค่อนข้างเยอะ เวลาถ่ายรูปจะเห็นเลนส์แว่นเป็นสีฟ้าสะท้อนรบกวนชัดเจนมาก , ไม่เหมาะกับงานบางประเภทที่ต้องแยกเฉดสี

 

3. แบบผสมสารดูดซับในเนื้อเลนส์

 

เป็นการฝังสารดูดซับแสงสีฟ้าลงไปในโมเลกุลของเนื้อวัสดุเลนส์โดยตรง

 

    • ลักษณะเลนส์จะดูใส มีเงาสะท้อนสีฟ้าหรือเขียวที่ผิวเลนส์น้อยมาก
    • เมื่อมองผ่านเลนส์จะเห็นสีสันเป็นธรรมชาติสมจริงมากกว่าแบบเคลือบโค้ท
    • ข้อดีคือ ผิวเลนส์มีแสงสะท้อนสีฟ้า/เขียว กวนใจเวลาถ่ายรูปหรือวิดีโอคอลน้อย

 

Coating เพิ่มความแข็งแรง ( rodenstock/ tokai)

 

สำหรับผู้ที่เลือกใช้เลนส์สายตาเกรดพรีเมียม การดูแลรักษาให้เลนส์คงสภาพดีเหมือนวันแรกถือเป็นโจทย์สำคัญ เพราะเลนส์ราคาสูงคือการลงทุนเพื่อคุณภาพระบบการมองเห็นในระยะยาว การเลือกอัปเกรดเทคโนโลยีเคลือบผิวเลนส์ให้มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ จึงเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยปกป้องผิวเลนส์จากการขีดข่วนในการใช้งานประจำวันแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น ลดโอกาสในการต้องเปลี่ยนเลนส์ใหม่ก่อนเวลาอันควร ทำให้ทุกบาทที่คุณจ่ายไปคุ้มค่าและมอบทัศนวิสัยที่คมชัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน

 

1. Solitaire LayR จาก Rodenstock

 

โค้ท LayR มีความใสและลดแสงสะท้อนได้ดีเยี่ยม เพราะถูกออกแบบมาให้ลดแสงสะท้อนได้ดีกว่าเลนส์ทั่วไปถึง 50% ทำให้เลนส์ดูใสเคลียร์มาก นอกจากนี้ยังใช้การเคลือบแข็งจำนวนหลายชั้นที่ยึดเกาะกันแน่นมาก ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยมในระดับพรีเมี่ยมของเยอรมัน มาพร้อมคุณสมบัติเสริมที่เรียกว่า X-tra Clean ช่วยให้ผิวเลนส์ลื่น เช็ดทำความสะอาดง่าย ฝุ่นและคราบมันเกาะยาก

 

2. USP จาก Tokai

 

โค้ท USP (Ultra Shield Performance) ถูกพัฒนามาเพื่อแก้จุดอ่อนของเลนส์พลาสติกที่มักจะเกิดรอยง่าย โดยมีค่าความทนทานต่อรอยขีดข่วน สูงกว่าโค้ทมาตรฐานถึง 2-3 เท่า จึงทนต่อการเสียดสีได้ดีมาก เหมาะกับคนที่อาจจะไม่ได้ระวังเรื่องการเช็ดแว่นมากนัก หรือต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นเยอะ มาพร้อมกับการรับประกันที่ยาวนานถึง 3 ปี

 

Transition lens / lutina photo

 

Transitions

 

เลนส์เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ปัจจุบันรุ่นล่าสุดคือ Transitions Gen S

 

    • จุดเด่นคือ การเปลี่ยนสีเข้มและคืนกลับใสทำได้รวดเร็วต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ
    • มีสีให้เลือกเยอะ เช่น Sapphire, Amethyst, Amber, Emerald
    • ในรุ่น XTRActive สามารถเข้มได้แม้แต่ตอนที่อยู่ในรถ ซึ่งเลนส์เปลี่ยนสีทั่วไปทำไม่ได้
    • ข้อสังเกต ตัวเลนส์กรองแสงสีฟ้าที่ร่มได้ แต่ไม่สูงถึง 90% เหมือน Lutina Photo

 

Lutina Photo

 

แว่นตาสายตายาว

 

เทคโนโลยีสุดล้ำจากแบรนด์ Tokai ด้วยการนำเอาคุณสมบัติกรองแสงสีฟ้า Lutina มาผสานกับคุณสมบัติในการเปลี่ยนสี Photo กลายเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัวเรียกว่า Lutina Photo ซึ่งมีคุณสมบัติกรองแสงสีฟ้าพลังงานสูงกว่า 90% ในที่ร่ม ซึ่งเป็นระดับที่ลึกกว่าเลนส์กรองแสงสีฟ้าทั่วไป นอกจากนี้การซ้อนทับกันของทั้งสองคุณสมบัติยังไม่ทำให้เกิดเฉดสีเพี้ยน ไม่ว่าจะเปลี่ยนสีขณะอยู่กลางแจ้งหรือเคลียร์ใสสุดเมื่ออยู่ในที่ร่ม เหมาะสำหรับคนที่ต้องออกแดดและทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน Lutina Photo ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพตาและไลฟ์สไตล์ เพื่อการปกป้องดวงตาอย่างครอบคลุม

 

Tint lens อันนี้คือเลนส์มีสี

 

Tint Lens คือการเคลือบย้อมสีบนผิวเลนส์ เป็นได้ทั้งเลนส์สายตาและเลนส์กันแดดในตัวเดียว หรือจะย้อมโดยไม่ใส่ค่าสายตาก็ได้ ซึ่งการย้อมสีสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น ย้อมเต็มแผ่น , ย้อมไล่สีระดับปกติ , ย้อมไล่สีระดับลึก และยังเลือกระดับความเข้มได้ตามต้องการ ตั้งแต่ 10% ถึง 90% ให้เหมาะสมต่อกิจกรรมที่จะนำไปใส่ใช้งานได้อีกด้วย

 

Tint lens + blue cut + photo

 

ที่สุดของออฟชั่นเสริมการปกป้องดวงตาด้วยนวัตกรรมเลนส์ 3-in-1 รวมการย้อมสีแฟชั่น ฟังก์ชันกรองแสงสีฟ้า และเทคโนโลยีเปลี่ยนสีอัตโนมัติไว้ในหนึ่งเดียว จากแบรนด์ Tokai

 

    • เลนส์มีสีอ่อนละมุนในที่ร่ม ช่วยลดความจ้า เพิ่มความสบายตาสำหรับผู้ที่มีอาการไวต่อแสงเป็นพิเศษ พร้อมเสริมลุคแฟชั่นให้โดดเด่น
    • ปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าพลังงานสูงได้ถึง 90 % ขณะทำงานหน้าจอได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
    • กลางแจ้งเลนส์เปลี่ยนสีเข้มขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อปกป้องดวงตาจากรังสี UV และลดแสงจ้า ให้คุณมองเห็นได้อย่างคมชัดในทุกสภาวะแสง

 

CMIQ Sun อยู่ในที่ร่มก็เข้มอยู่

 

CMIQ Sun คือการเคลือบเลนส์ให้เปลี่ยนสีอัตโนมัติแบบพิเศษ แม้ว่าจะอยู่ในที่ร่มตัวเลนส์ก็จะยังมีสี tint อยู่ เลนส์จึงไม่ได้เคลียร์ใสเหมือนเลนส์เปลี่ยนสีทั่วไป แต่จะติดสี tint อ่อนๆ ประมาณ 40-55%ในที่ร่ม ให้ลุคกึ่งแว่นแฟชั่น เมื่อออกกลางแจ้งเจอแสง UV เลนส์จะเข้มขึ้นได้สูงสุด 90 % จนกลายเป็นแว่นกันแดดเต็มรูปแบบ เนื่องจากเลนส์ CMIQ Sun มีสีพื้นอยู่แล้ว จึงเหมาะสำหรับ

 

    1. คนที่มีอาการตาแพ้แสงอย่างรุนแรง ที่แม้แต่ไฟในอาคารก็ยังรู้สึกจ้าเกินไป สีพื้นนี้จะช่วยกรองแสงให้ตารู้สึกผ่อนคลายตลอดเวลา
    2. สายแฟชั่นที่ชื่นชอบแว่นที่มีสีสันตลอดเวลา เพื่อให้ดูมีสไตล์
    3. สายกิจกรรม Outdoor ที่ต้องเผชิญกับแสงจ้านานๆ เช่น นักกอล์ฟ นักปั่นจักรยาน

 

Drivewear เหมาะสำหรับขับรถกลางคืนในที่แสงไฟน้อย

 

Night Driving Lens โค้ทเคลือบสำหรับขับขี่กลางคืน คือนวัตกรรมที่ต้องใช้ควบคู่กับการดูแลดวงตา หัวใจสำคัญของเลนส์ชนิดนี้คือการเคลือบโค้ทพิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับแสงรบกวนโดยเฉพาะ ช่วยลดอาการตาพร่ามัวจากแสงสะท้อนและไฟหน้าของรถที่สวนมา ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ชัดเจนและปลอดภัยยิ่งขึ้นในช่วงเวลากลางคืน

 

อย่างไรก็ตาม เลนส์จะแสดงประสิทธิภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อปัจจัยพื้นฐานของดวงตาได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม ดังนี้

 

    • ค่าสายตาได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง
    • มีสุขภาพตาที่ดี ไม่มีภาวะตาแห้ง หรือโรคตาอื่นๆ เช่น ต้อกระจก
    • สรีระตาปกติ เช่น รูม่านตาไม่ขยายกว้างเกินเกณฑ์มาตรฐานเมื่ออยู่ในที่มืด

 

หากปัจจัยภายในดวงตายังไม่ถูกแก้ไขหรือมีความผิดปกติ เลนส์เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถมอบผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ เลนส์ชนิดนี้จึงควรใช้งานควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพดวงตาโดยผู้เชี่ยวชาญ

 

Polarized

 

แสงแดดที่กระทบลงบนพื้นผิวน้ำ ผิวถนน กระจกรถ จะสะท้อนเข้าตาเรา ซึ่งเป็นแสงที่สว่างจ้ารบกวนจนแทบไม่เห็นรายละเอียดของสิ่งที่กำลังมอง การเคลือบเลนส์ด้วยโค้ท Polarized จะสร้างตัวกรองที่สามารถบล็อคแสงlสะท้อนจากพื้นผิวต่าง ๆ ได้ ทำให้เรามองเห็นทะลุผิวน้ำหรือมองพื้นถนนเปียกแฉะได้ชัดเจนโดยไม่มีแสงสะท้อนเข้าตา จึงเหมาะกับกีฬาหรือกิจกรรมทางน้ำ เช่น เซิร์ฟบอร์ด เวคบอร์ด เจ็ตสกี วินด์เซิร์ฟ ล่องแก่ง พาราเซลลิ่ง เป็นต้น

 

อายุยังไม่ถึง 42 ปี สายตายาวใช้เลนส์อะไร

 

สำหรับผู้ที่มีอายุยังไม่ถึง 42 ปี แต่เริ่มเผชิญกับอาการตาล้า ปวดกระบอกตา หรือโฟกัสภาพระยะใกล้ได้ช้าลง Digital Lens หรือ เลนส์ลดเพ่ง คือนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขอาการข้างต้นทั้งหมด

 

โดยหลักการทำงานของเลนส์ชนิดนี้จะใส่ Relax Zone ตรงบริเวณส่วนล่างของเลนส์ ซึ่งมีการเพิ่มค่ากำลังสายตายาว เข้าไปเพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยสนับสนุนกล้ามเนื้อตา ไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไปขณะเพ่งมองสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ส่งผลให้การสลับมองระหว่างระยะหน้าจอกับระยะไกลเป็นไปอย่างราบรื่นโฟกัสได้เร็ว ลดแรงเค้นของกล้ามเนื้อตา และช่วยให้คุณสามารถใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลได้ยาวนานสบายตาตลอดวัน Digital Lens สามารถแบ่งออกตามโครงสร้างได้ 2 ระดับ

 

1. Multigressive Digital Lens

 

มีเทคโนโลยี Digital Inside เป็นการคำนวณโครงสร้างเลนส์ที่คำนึงถึงระยะห่างระหว่างดวงตากับอุปกรณ์ดิจิทัล ช่วยให้ภาพบริเวณส่วนล่างของเลนส์กว้างและนิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยี SmartView ใช้โครงสร้างโมเดล 3D ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมการมองสลับไปมาระหว่างระยะไกลกับใกล้ของคนยุคสมัยใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้คือเลนส์ที่ช่วยให้กลับมามองคมชัดสบายตาในทุกระยะอีกครั้ง

 

2. Individual Digital Lens

 

รุ่นนี้มีเทคโนโลยีการผลิตทุกอย่างของรุ่น Multigressive แต่เสริมเข้าไปด้วยค่า Parameter ของกรอบแว่น ที่ถูกใส่เข้าไปคำนวณในการผลิต เพื่อให้ได้เลนส์ที่เข้ากันได้กับกรอบที่เลือกอย่างเฉพาะเจาะจง เลนส์จึงแสดงประสิทธิภาพการมองเห็นได้เต็มที่ มีมุมมองกว้างขึ้นและปรับตัวง่ายกว่าเดิม

 

เกณฑ์การเลือกเลนส์สายตายาว มีอะไรบ้าง

 

แว่นสายตายาวมองใกล้ ไกล

 

สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกเลนส์สายตาสำหรับผู้มีภาวะสายตายาวมองไกล

 

1. พลังการเพ่งและช่วงอายุ

 

ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาคือ ปริมาณค่าสายตาและพลังการเพ่งของลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีสายตายาวมองไกล เมื่อเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป พลังการเพ่งจะเริ่มลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ดวงตาต้องทำงานหนักขึ้น ทั้งการเพ่งเพื่อมองไกลให้ชัดและต้องเพ่งสู้มากขึ้นเมื่อมองใกล้ หากปล่อยไว้จะนำไปสู่ภาวะตาล้า (Eye Strain) ดังนั้นการเลือกเลนส์จึงต้องคำนึงถึงการสนับสนุนกำลังการเพ่งของตาให้เหมาะสมกับช่วงวัย

 

2. ค่าสายตาเอียงและทิศทางของแกนองศาเอียง

 

หากมีค่าสายตายาวและเอียงร่วมด้วย องศาของแกนเอียงในแต่ละแนวจะมีผลกระทบต่อภาพบิดเบี้ยวและระยะเวลาในการปรับตัวที่แตกต่างกัน นักทัศนมาตรจึงต้องเลือกโครงสร้างเลนส์ที่สามารถชดเชยค่าเอียงได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้โฟกัสในแต่ละระยะเป็นไปอย่างนุ่มนวลที่สุด

 

3. ไลฟ์สไตล์และกิจวัตรประจำวัน

 

หัวใจสำคัญของการจ่ายเลนส์คือการเข้าใจไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้า เพราะแว่นตาเพียงคู่เดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ เช่น

 

    • วันลุยกิจกรรมกลางแจ้ง/กีฬาทางน้ำ เหมาะกับเลนส์ Polarized เพื่อตัดแสงสะท้อนจากผิวน้ำ
    • วันทำงานในออฟฟิศ เหมาะกับการเคลือบสารปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าคุณภาพสูงอย่าง Lutina ร่วมกับโครงสร้างเลนส์เฉพาะบุคคลอย่างรุ่น HR-W เพื่อความคมชัดสูงและถนอมสุขภาพตา
    • วันพักผ่อนสบาย ๆ อาจเลือกใช้เลนส์เปลี่ยนสีขณะออกแดด เพื่อความสะดวกสบายทั้งกลางแจ้งและในร่ม

 

ดังนั้น การมีเลนส์แว่นมากกว่าหนึ่งคู่จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้การมองเห็นในแต่ละช่วงเวลาแต่ละกิจกรรมมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

4. ความเซนซิทีฟต่อการปรับตัวและโครงสร้างเลนส์

 

ความคาดหวังของลูกค้ามีผลต่อการเลือกโครงสร้างเลนส์อย่างมาก

 

    • กลุ่มที่เน้นความคมชัด : หากต้องการภาพที่คมชัด อาจพิจารณาเลนส์ Hard Design ซึ่งให้พื้นที่ภาพชัดกว้างแต่อาจมีอาการวูบวาบในช่วงแรก จึงต้องใช้เวลาในการปรับตัวระดับนึง
    • กลุ่มที่เน้นความสบายตา : เหมาะกับเลนส์ Soft Design ที่เน้นความนุ่มนวลของภาพ ลดภาพบิดเบือนด้านข้าง ช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายและใส่สบาย

 

5. งบประมาณและความคุ้มค่า

 

สุดท้ายคือนำปัจจัยทางเทคนิคทั้งหมดมาสรุปให้สอดคล้องกับงบประมาณของลูกค้า เพื่อให้ได้เลนส์ที่มีเทคโนโลยีดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่ลูกค้ายอมรับได้ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดทั้งในแง่การมองเห็นและราคาที่เหมาะสม

 

วิธีดูแลรักษาเลนส์สายตายาว ทำอย่างไร

 

การดูแลรักษาเลนส์แว่นตาอย่างถูกวิธีเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและคงประสิทธิภาพของสารเคลือบผิวเลนส์ให้ยาวนานที่สุด เพื่อให้การดูแลรักษาเลนส์แว่นตาของคุณถูกต้องเหมาะสม สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำที่เป็นขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

 

    • ล้างด้วยน้ำเปล่าก่อนทุกครั้ง : เพื่อกำจัดฝุ่นหรืออนุภาคขนาดเล็กที่ติดอยู่บนผิวเลนส์ เพื่อป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน
    • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม : ควรใช้สบู่เหลวที่มีค่า PH Balance หรือน้ำยาสำหรับล้างเลนส์โดยเฉพาะ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรหลีกเลี่ยงสบู่ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์หรือน้ำยาเช็ดกระจก เพราะอาจทำลายสารเคลือบผิวเลนส์ได้
    • ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพสูง : ควรใช้ผ้าสำหรับเช็ดเลนส์โดยเฉพาะและเช็ดไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรใช้เสื้อผ้า กระดาษทิชชู่หรือผ้าขนหนู เนื่องจากเส้นใยที่หยาบอาจทำให้เลนส์เป็นรอย
    • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง : ห้ามวางแว่นทิ้งไว้ในรถที่จอดกลางแดด หรือใส่เข้าใกล้ไอน้ำร้อน/ไดร์เป่าผม/ห้องซาวน่า เพราะความร้อนจะทำให้เลนส์ขยายตัวจนสารเคลือบผิวเลนส์แตกร้าว
    • เก็บเข้ากล่องแว่นเสมอเมื่อไม่ใช้งาน : เพื่อป้องกันแรงกดทับ อุบัติเหตุจากการตกหล่น หรือป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงกัดแทะ
    • หมั่นทำความสะอาดผ้าเช็ดเลนส์ : ควรซักผ้าไมโครไฟเบอร์สม่ำเสมอเพื่อขจัดฝุ่นและคราบมันที่สะสมอยู่ในผ้า โดยห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม

 

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

 

ทำไมเลนส์สายตายาวถึงหนักทั้งที่ดูไม่ค่อยหนา?

 

เพราะเลนส์สายตายาวจะหนาเฉพาะตรงจุดศูนย์กลางเลนส์ทำให้ดูหลอกตาเสมือนไม่หนา การเลือกใช้เลนส์ย่อบาง+โครงสร้างขัดผิวเลนส์แบนสองด้านอย่าง Double Aspheric จะช่วยให้เลนส์บางและเบาขึ้นได้

 

ทำไมตอนไม่ใส่แว่นยังพอมองเห็น แต่พอใส่แว่นแล้วถอดออก กลับรู้สึกว่าตามัวกว่าเดิม?

 

ตอนไม่ใส่แว่น สมองและกล้ามเนื้อตาของคุณทำงานหนักมากเพื่อเค้นภาพให้ชัด พอใส่แว่นปุ๊บ กล้ามเนื้อตาได้พักเป็นครั้งแรก เมื่อถอดแว่นออกกล้ามเนื้อที่กำลังพักอยู่ยังปรับตัวกลับไปเพ่งหนักๆทันทีไม่ได้ จึงรู้สึกมัวกว่าปกติ แต่นี่คือสัญญาณที่ดีว่ากล้ามเนื้อตาของคุณเริ่มผ่อนคลายลงแล้ว

 

ถ้าสายตายาวแค่นิดเดียว (+0.50 หรือ +0.75) ไม่ใส่แว่นจะเป็นอะไรไหม?

 

แม้ค่าสายตาจะน้อย แต่ถ้าคุณมีอาการปวดหัวตอนบ่าย ตาล้า เดี๋ยวชัดเดี๋ยวเบลอ นั่นคือสัญญาณว่าพลังงานของกล้ามเนื้อตาคุณหมด การใส่แว่นไม่ใช่แค่เพื่อให้ชัดขึ้น แต่เพื่อประหยัดพลังงานให้ดวงตาของคุณทำงานได้ทั้งวันโดยไม่ล้า

 

ทำไมค่าสายตายาวที่วัดได้แต่ละครั้งถึงไม่เท่ากัน?

 

เพราะตาของคนสายตายาวมี พลังแฝง(Latent Hyperopia)มาก ในวันที่คุณพักผ่อนมาดี ตาจะแอบเพ่งซ่อนค่าสายตายาวไว้ทำให้วัดไม่เจอ แต่ในวันที่เหนื่อยล้า ค่าจริงจะโผล่ออกมา การตรวจกับนักทัศนมาตรจะมีการใช้เทคนิคเพื่อทำให้กล้ามเนื้อตาคลายตัว จนได้ค่าสายตาที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่

 

เลนส์สายตายาวมองไกลราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?

 

เลนส์สายตายาวมองไกลราคาเริ่มต้น 1200 บาท

 

สายตายาว 100 ควรใส่แว่นไหม?

 

สายตายาว 100 อยู่ในระดับที่มักจะเริ่มส่งผลต่อความสบายในระยะใกล้ หากรู้สึกว่าเล่นสมาร์ทโฟน อ่านหนังสือแล้วไม่สบายตา แนะนำให้ตัดแว่นมาใช้งานจะมองสบายตาขึ้น

 

แว่นสายตายาว ใส่ได้ตลอดไหม?

 

แว่นสายตายาวสามารถใส่ตลอดเวลาได้ และเป็นสิ่งที่แนะนำ เพราะจะช่วยให้ตารู้สึกผ่อนคลาย โฟกัสเร็วและสบายตาขึ้น

 

เช็คอย่างไรว่าสายตายาว?

 

วิธีตรวจเช็คด้วยตนเองที่ง่ายที่สุดคือ ดูว่ามองเห็นภาพคมชัดและสบายตาไหม ถ้าชัดแต่ไม่สบายตา นี่คือสัญญาณแรกของการมีค่าสายตายาวระดับเริ่มต้น

 

Digital Eye Strain / ตาล้า เกี่ยวข้องอะไรกับสายตายาวมองไกล?

 

ในกลุ่มที่มีสายตายาวมองไกล เมื่อเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป พลังการเพ่งจะเริ่มลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ดวงตาต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่า ทั้งการเพ่งเพื่อมองไกลให้ชัดและต้องเพ่งสู้มากขึ้นเมื่อมองใกล้ หากปล่อยไว้จะนำไปสู่ภาวะตาล้า

 

สายตายาวมองไกล (hyperope) แตกต่างจากสายตายาวตามวัยอย่างไร?

 

สายตายาวมองไกลคือ ความผิดปกติของรูปทรงลูกตา จะมีปัญหาทั้งมองไกลและใกล้ ส่วนสายตายาวตามวัยคือ ความเสื่อมของระบบโฟกัสภายในตา จะมีปัญหาเฉพาะเวลามองใกล้

 

คนที่เป็นสายตายาวตามวัย (presbyope) สามารถมีสายตายาวมองไกล (hyperope) ร่วมด้วยได้มั้ย และจะแก้ไขปัญหานี้ด้วยเลนส์ประเภทใด?

 

มีร่วมกันได้ เรียกว่าภาวะสายตายาวสองต่อ คือมีโครงสร้างลูกตาสั้นเป็นพื้นฐานอยู่แล้วทำให้เป็นสายตายาวมองไกล พออายุ 40+ เลนส์ตาเสื่อมสภาพ (Presbyopia) เติมเข้าไปอีก ทำให้มองไม่ชัดและตาล้าอย่างมากในทุกระยะการมอง

 

สายตายาวใช้เลนส์อะไร? หาคำตอบที่ใช่พร้อมดูแลทุกมิติการมองเห็นโดยทัศนมาตรที่ Occura

 

การเลือกเลนส์สำหรับสายตายาวไม่ใช่แค่เรื่องของความชัดเจนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสบายตาและความเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแว่นสายตายาวผู้ชายที่เน้นความน่าเชื่อถือและทนทาน หรือแว่นสายตายาวกรองแสง สำหรับคนทำงานออฟฟิศ

 

ที่ร้านแว่นตา Occura เรามีนักทัศนมาตรคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าคุณจะต้องการเลนส์โปรเกรสซีฟหรือมองหาเลนส์แบรนด์ดังอย่าง Lindberg และต้องการทราบเลนส์โปรเกรสซีฟราคาที่เหมาะสม เราพร้อมดูแลคุณด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยเพื่อให้คุณได้รับเลนส์แว่นตาที่ดีที่สุด หากยังสงสัยว่าตัดแว่นร้านไหนดี หรือตัดแว่นใหม่ ปรับสายตากี่วัน แวะมาปรึกษาเราได้ที่ Occura

 

ร้านแว่นตาโอคูระ ดูแลระบบการมองเห็นแบบครบวงจร จุดเริ่มต้นการดูแลสายตาที่สมบูรณ์แบบ